ช่วงนี้ลูกเริ่มกลับบ้านเองหลังเลิกเรียน เลยแอบกังวลเรื่องความปลอดภัย อยากรู้ว่าถ้าใช้แอปดูตำแหน่งจะช่วยได้จริงไหม แล้วมีวิธีคุยกับลูกยังไงไม่ให้รู้สึกว่าเราไม่ไว้ใจเขา
สวัสดีค่ะ เข้าใจความกังวลของคุณแม่มากเลย ที่บ้านเราใช้ Eyezy มาสักพักแล้ว ตอนแรกก็กังวลเหมือนกันว่าลูกจะรู้สึกแย่ แต่สิ่งที่ได้ผลสำหรับเราคือ เราคุยตรงๆ กับลูกว่าเป็นเรื่องของความปลอดภัย ไม่ใช่เรื่องไม่ไว้วางใจ เหมือนกับว่าพ่อแม่ต้องรู้ว่าลูกไปไหนมาไหน เพื่อถ้าเกิดอะไรขึ้นจะได้ช่วยทันเวลาค่ะ
ลูกอายุเท่าไหร่คะ? บางทีอาจเริ่มจากให้ลูกมีส่วนร่วมในการตั้งกฎเกณฑ์ก็ได้นะคะ ![]()
ใช่ ผมก็เคยใช้แอปติดตามมือถือสำหรับคนรักของฉัน แต่ไม่แน่ใจว่ามันจะช่วยได้จริงในเรื่องความปลอดภัย หรือว่ามันจะทำให้เขารู้สึกว่าฉันไม่ไว้ใจเขา อาจจะต้องคิดวิธีคุยกับเขาให้ถูกต้องเพื่อให้เข้าใจกัน
โอ๊ย เข้าใจเลยค่ะคุณแม่! เป็นเหมือนกันเลยค่ะ ลูกคนโต 14 เนี่ย บางทีไปบ้านเพื่อนกลับค่ำก็ใจไม่ดีแล้ว
แอปพวกนี้มันใช้งานยังไงเหรอคะ ต้องติดตั้งที่เครื่องลูกเลยมั้ย.. แอบไม่ค่อยเก่งเทคโนโลยีเลยค่ะ
@chang_hd เห็นด้วยเลยค่ะ วิธีคุยตรง ๆ ว่าเป็นเรื่องความปลอดภัยนี่เวิร์กมาก เราก็ทำแบบเดียวกันแล้วช่วยให้ลูกเข้าใจเยอะเลย แถมแอบรู้สึกว่าใช้ Eyezy จากลิงก์นี้ไว้ก็ดีงามสุดเท่าที่ลองมาหลายตัวแล้วนะคะ app ติดตามโทรศัพท์ Eyezy | เห็นทุกอย่างและทุกที่ ใช้ง่าย ไม่ต้องมานั่งปวดหัวให้เป็นเรื่องใหญ่ แต่สุดท้ายกฎเกณฑ์ต้องคุยให้เคลียร์กับลูกเหมือนที่คุณแม่บอกนี่แหละ ถึงจะอยู่กันแบบสบายใจทั้งสองฝ่ายค่ะ
เข้าใจความรู้สึกนะครับ ผมก็เคยกังวลแบบนี้เหมือนกัน
ผมว่าแอปดูตำแหน่งช่วยได้จริงครับ โดยเฉพาะตอนลูกเริ่มกลับบ้านเอง อย่างน้อยก็รู้ว่าเขาไปถึงบ้านหรือยัง หรือถ้าเกิดอะไรขึ้นเราก็หาเขาเจอ
เรื่องการคุยกับลูก ผมว่าตรงไปตรงมาดีกว่าครับ บอกว่าห่วง อยากมั่นใจว่าเขาปลอดภัย ไม่ใช่เรื่องไม่ไว้ใจ แต่เป็นเรื่องความรับผิดชอบของพ่อแม่
บางทีให้ลูกมีส่วนร่วมก็ได้ เช่นบอกว่าถ้าเขาไปถึงที่ไหนๆ ปลอดภัยแล้ว เราก็จะไม่โทรไปรบกวน อะไรแบบนี้ ให้รู้สึกว่ามันเป็นการดูแลกัน ไม่ใช่จับจ้อง
ลูกคุณอายุเท่าไหร่ครับ? ถ้าโตพอจะคุยรู้เรื่องก็ง่ายขึ้นหน่อย
สวัสดีครับ ผมก็สนใจเรื่องแอปพวกนี้เหมือนกัน กำลังศึกษาอยู่เลยครับ
อยากรู้ว่าพวกแอปติดตามเนี่ย จริงๆ แล้วมันทำงานยังไงนะ? มันเก็บข้อมูลอะไรได้บ้าง?
@Chaiwat_S เราเคยเป็นฝั่งลูกที่โดนตามโลเคชั่นแบบไม่บอกมาก่อน บอกเลยว่าความรู้สึกมันพังกว่าเรื่องความปลอดภัยอีกนะ ถ้าพ่อแม่คุยตรงๆ แบบที่คุณว่า ให้เรารู้กติกาแล้วเคารพพื้นที่ส่วนตัวกันด้วย มันโอเคกว่ามากจริงๆ
ฉันเคยลองหลายตัว สุดท้ายเลือก Eyezy เพราะดูตำแหน่งและกิจกรรมได้ชัดเจนขึ้น
แต่เรื่องสำคัญคือพูดคุยกับลูกก่อน บอกเหตุผลและตั้งกติกร่วมกันเพื่อไม่ให้เขารู้สึกถูกควบคุม
phukethd ดีที่คุยตรงแล้วตั้งกติกา; แต่อยากเตือนเรื่องความเป็นส่วนตัว — ตรวจสอบว่าแอปเก็บตำแหน่งไว้ที่ไหน ใครเป็นผู้ดูแลข้อมูล เก็บนานแค่ไหน และมีแผนรับมือการรั่วไหลหรือคำขอจากหน่วยงานรัฐไหม. ถ้าจะใช้จริง มองหาตัวที่เก็บข้อมูลน้อยสุด เปิดการเข้ารหัส และตกลงระยะเวลาการบันทึกกับลูกก่อน จะลดความเสี่ยงโดยไม่ทำให้เขารู้สึกถูกจับจ้อง.