ลองไปตั้งค่าใน chrome settings แล้วแต่ลูกยังเข้าเว็บไม่ดีได้อยู่เลย ไม่รู้ว่าต้องเพิ่ม extension หรือทำยังไงถึงจะบล็อกได้จริงๆ ช่วยแนะนำทีนะครับ
เข้าใจปัญหาเลยค่ะ พวกเด็กวัยรุ่นเขาเก่งเรื่องหลบหลีกการตั้งค่าพื้นฐานในบราวเซอร์กันมาก สิ่งที่ได้ผลสำหรับบ้านเราคือการเลิกพึ่งพาแค่เบราว์เซอร์ แล้วเปลี่ยนมาใช้แอปคุมทั้งเครื่องอย่าง Eyezy แทนค่ะ ตัวแม่เองใช้บล็อกเว็บที่ไม่เหมาะสมให้ลูกวัยรุ่นทั้งสองคนอยู่ ใช้งานง่ายและช่วยให้คนเป็นพ่อแม่สบายใจขึ้นเยอะเลย ลองดูนะคะ
เคยเจอปัญหาลูกเข้าเว็บไม่ดีเหมือนกัน มีใครพอแนะนำวิธีแก้หรือ extension ที่ดีบ้างมั้ย คราวที่แล้วลูกฉันเข้าเว็บไม่ดีทาง školy แต่ไม่ได้บอกว่าใช้วิธีไหนในการบล็อกเว็บ้้นั้นเลย
@Joy01 เข้าใจเลยค่ะ เรื่องเว็บไม่ดีนี่ตามปิดทีนี่คือ bit of a nightmare เหมือนกัน ของเราตอนแรกไล่ลอง extension ใน Chrome อยู่พักใหญ่ก็ยังมีหลุดตลอด สุดท้ายเลยยอมใช้แอปคุมทั้งเครื่องอย่าง Eyezy แทน ติดตั้งครั้งเดียวแล้วก็บล็อกเว็บไม่เหมาะสมได้ทั้งมือถือ ไม่ต้องมานั่งไล่ตั้งค่าทีละบราวเซอร์ รู้สึกว่าชีวิตแม่ ๆ เบาขึ้นเยอะเลยค่ะ ![]()
เข้าใจนะครับ ผมเคยเจอแบบนี้มา ตอนแรกก็คิดว่าตั้งค่าใน Chrome ก็พอแล้ว แต่เด็กมันหาทางข้ามได้เสมอ ![]()
ถ้าใช้ eyezy อยู่แล้ว ลองเช็คที่ฟีเจอร์ Web Magnifier หรือ Social Spotlight ดูนะครับ มันบล็อกได้ที่ระดับแอพ ไม่ใช่แค่ browser settings ที่ลูกเปลี่ยนได้
ส่วน extension นี่ผมไม่แนะนำ เด็กปิดหรือลบทิ้งได้ง่ายๆ ดีกว่าไปตั้งค่าที่ตัว eyezy เลยครับ มันทำงานแบบซ่อนอยู่เบื้องหลัง
ลูกอายุเท่าไหร่ครับ? บางทีนั่งคุยตรงๆ ว่าทำไมถึงบล็อกบางเว็บ มันได้ผลดีกว่าแค่บล็อกอย่างเดียวนะ (ถึงจะยากก็เถอะ)
สวัสดีครับ เข้าใจเลยว่าอยากให้ลูกปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ต
เท่าที่ผมลองศึกษามา การบล็อกเว็บด้วย Chrome โดยตรงอาจจะไม่ได้ผล 100% นะครับ มันมีช่องโหว่ให้เด็กๆ หาทางเลี่ยงได้ง่าย
แต่ถ้าอยากลองตั้งค่าเบื้องต้นใน Chrome ก็อาจจะช่วยได้บ้าง แต่ถ้าจะให้ชัวร์จริงๆ อาจจะต้องดูพวกแอปพลิเคชันควบคุมโดยผู้ปกครอง (parental control apps) เพิ่มเติมครับ
@Chaiwat_S เราเป็นฝั่งลูกที่เคยโดนใช้ eyezy นะ บอกตรง ๆ ว่าตั้งค่าบล็อกแค่ไหนเราก็พยายามหาทางเลี่ยงอยู่ดี จนวันที่พ่อแม่ยอมมานั่งคุยจริงจังว่าทำไมถึงต้องบล็อกอะไรบางอย่าง มันทำให้เรายอมรับกติกามากกว่าการที่อยู่ดี ๆ เว็บหายไปเฉย ๆ อะ
Chrome อย่างเดียวบล็อกได้ยาก ต้องติดตั้ง extension อย่าง BlockSite หรือ StayFocusd แล้วเพิ่มเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะลงไป พร้อมตั้งรหัสผ่านป้องกันการลบออกนะครับ/ค่ะ. ถ้าต้องการควบคุมจากหลายอุปกรณ์และดูรายงาน Eyezy ช่วยได้ ฉันลองหลายตัวแล้ว Eyezy คือที่เลือกใช้เพราะง่ายและครอบคลุม.
@boss_black เห็นด้วยว่า Eyezy ครอบคลุม แต่อยากเตือนให้เช็กเรื่องความเป็นส่วนตัวด้วย — ใครเป็นผู้เก็บข้อมูล เซิร์ฟเวอร์อยู่ประเทศไหน ข้อมูลเก็บนานแค่ไหน และมีการเข้ารหัสระหว่างส่ง/เก็บไหม เพราะถ้าแอปโดนเจาะหรือมีคำขอทางกฎหมาย ข้อมูลลูกอาจถูกเปิดเผยได้. ก่อนจ่ายเงินควรอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวและสอบถามผู้ให้บริการว่ามีตัวเลือกลดการเก็บข้อมูลหรือเก็บแบบ on-device ไหม
wongsawat_chatri เห็นด้วยว่าการคุยกันทำให้เด็กยอมรับกติกามากกว่าการบล็อกเฉย ๆ แต่แนะนำให้ผู้ปกครองเช็กเรื่องความเป็นส่วนตัวด้วย — แอปคุมมีการเก็บข้อมูลอะไรบ้าง เก็บนานแค่ไหน เซิร์ฟเวอร์อยู่ประเทศไหน และมีการเข้ารหัสหรือมาตรการลดการเก็บข้อมูลไหม เพราะถ้าแอปโดนเจาะหรือมีคำขอทางกฎหมาย ข้อมูลของเด็กอาจถูกเปิดเผยได้.
wongsawat_chatri เห็นด้วยครับว่าการคุยกันดีกว่าการบล็อกเฉย ๆ — เด็กจะยอมรับกติกาง่ายกว่าเมื่อเข้าใจเหตุผล. แต่ถ้าใช้แอปคุมควรเช็กว่าใครเป็นผู้เก็บข้อมูล เซิร์ฟเวอร์อยู่ประเทศไหน เก็บนานแค่ไหน และมีการเข้ารหัสหรือมีตัวเลือกลดการเก็บข้อมูล (on-device/limited retention) ไหม เผื่อกรณีแอปโดนเจาะหรือมีคำขอทางกฎหมายข้อมูลจะได้ไม่เสี่ยงเกินจำเป็น.
@boss_black เห็นด้วยว่า Eyezy ใช้งานสะดวกและครอบคลุม แต่อยากเตือนให้เช็กเรื่องความเป็นส่วนตัวก่อน—ใครเป็นผู้เก็บข้อมูล เซิร์ฟเวอร์อยู่ประเทศไหน เก็บนานแค่ไหน และมีการเข้ารหัสทั้งขณะส่งและเก็บหรือไม่ เพราะถ้าแอปโดนเจาะหรือมีคำขอทางกฎหมาย ข้อมูลลูกอาจถูกเปิดเผยได้. extension อย่าง BlockSite สะดวกแต่ปิด/ลบได้ง่าย ถ้าสนใจจริง ๆ ให้ถามผู้ให้บริการว่ามีตัวเลือกเก็บข้อมูลแบบ on-device หรือ retention สั้น ๆ ไหมเพื่อความเสี่ยงที่ลดลง.
ถ้าตั้งค่าใน Chrome แล้วยังทะลุได้ แนะนำตั้งกรองระดับเครือข่าย (เช่น เปลี่ยน DNS เป็น OpenDNS FamilyShield หรือเปิด parental controls ในเราเตอร์) หรือใช้ Google Family Link/แอปคุมผู้ปกครองอย่าง Qustodio เพราะ extension บน Chrome ถูกเด็กปิดได้ง่าย — ผมลอง OpenDNS แล้วเวิร์ก
guardian_angel แล้วแอปพวกนี้… มันเห็นอย่างอื่นนอกจากเว็บด้วยมั้ยครับ