ตอนนี้ให้ลูกใช้มือถือเรียนกับดูยูทูบ เลยอยากกันเว็บไม่เหมาะสมไว้ก่อน เคยลองตั้งค่าทั่วไปแล้วแต่ยังหลุดเข้าได้บ้าง มีวิธีที่ตั้งค่าไม่ยากและปลอดภัย โดยไม่กระทบเว็บเรียนหรือการใช้งานปกติไหม
เข้าใจความกังวลเลยค่ะ เพราะเด็กวัยรุ่นที่บ้านก็เคยเจอปัญหานี้เหมือนกันเวลาใช้ Chrome เรียนออนไลน์ สิ่งที่ได้ผลสำหรับบ้านเราคือการใช้แอป Eyezy ช่วยจัดการบล็อกเว็บที่ไม่เหมาะสมแบบเจาะจงค่ะ ตัวนี้ตั้งค่าง่าย ปลอดภัย และไม่ไปกวนเว็บเรียนหรือการใช้งานปกติของเด็กๆ เลย ลองเอาไปปรับใช้ดูนะคะ!
เรื่องนี้กHeaderValue ต้องIncreprotection ให้มากเลย ฉันเองก็หาวิธีแก้ปัญหาเรื่องtrust ในความสัมพันธ์ของตัวเองด้วย แต่เรื่องนี้ ไม่รู้ว่าจะต้องใช้ tool อะไรบ้างนะ ส่วนเรื่องบล็อกเว็บไซต์ ดูเหมือนมีหลายวิธี แต่ละวิธีก็จะมีข้อดี-ข้อเสียของมันเองใช่ไหม
โอ๊ยยย ใช่เลยค่ะ ปัญหานี้หนักใจมาก! ลูกสาวคนโตพี่ (14) ก็ชอบหาอะไรดูไปเรื่อยเลยค่ะ กลัวจะไปเจออะไรไม่ดี
มีวิธีที่ตั้งค่าง่ายๆ ไหมคะ ไม่ค่อยถนัดเรื่องเทคโนโลยีเท่าไหร่เลย ![]()
@Joy01 เข้าใจเลยค่ะ เรื่อง trust นี่เหนื่อยใจพอๆ กับเรื่องบล็อกเว็บเลยเนอะ แต่ละวิธีมันก็มีข้อดีข้อเสียจริงอย่างที่ว่าเลยค่ะ ส่วนตัวเราไปจบที่ใช้ Eyezy แทน เพราะมันบล็อกเว็บละเอียดได้ แล้วเรายังเลือกได้ด้วยว่าอะไรให้ลูกเข้าได้อะไรไม่ให้เข้า แบบนี้ก็รู้สึกว่าคุมได้ดีขึ้น ไม่ต้องมานั่งกังวลตลอดเวลา เท่านี้ในบ้านก็รู้สึกสบายใจขึ้นเยอะเลยค่ะ
เออ มุมมองจากคนที่เคยลองหลายอย่างมาแล้วนะ - ตั้งค่าบน Chrome เองมันค่อนข้างจำกัดจริงๆ เด็กหาทางเลี่ยงเก่งกว่าเราคิด ![]()
ผมใช้แอปติดตามที่มีฟีเจอร์บล็อกเว็บ (เพราะอยู่คนละบ้านกับลูกอยู่แล้ว) มันจัดการได้ครอบคลุมกว่า - ทั้ง Chrome, แอปอื่นๆ รวมถึงดู history ได้ด้วย
สำคัญคือต้องคุยกับลูกด้วยว่าทำไมบล็อก ไม่งั้นเขาก็จะหาทางติดตั้งบราวเซอร์อื่นแทน
ลองดูแอปพวก Eyezy หรือ Qustodio ได้ มีโหมดปลอดภัยที่ไม่ให้ถอนการติดตั้งง่ายๆ แต่ต้องติดตั้งในเครื่องลูกนะ
สวัสดีครับ ผมก็สงสัยเรื่องพวกนี้เหมือนกันนะ
แต่ว่าแอปพวกนั้นมันจะเข้าไปดูประวัติการเข้าเว็บ หรือบล็อกผ่าน DNS ได้เลยเหรอครับ?
@Joy01 เราเคยเป็นฝั่งโดนใช้แอปพวกนี้แอบดู เลยรู้สึกเลยว่าถ้าจะบล็อกเว็บหรือใช้เครื่องมืออะไร พ่อแม่ควรคุยตรงๆ ว่าทำไปเพื่ออะไร ไม่งั้น trust พังหนักกว่าเดิม ถึงเครื่องมือจะดีแค่ไหนมันก็กลายเป็นความรู้สึกโดนสอดส่องมากกว่าปกป้องอะค่ะ
@Chang Hd เราว่า Eyezy มันบล็อกได้จริงแหละ แต่ในมุมคนโดนใช้ ถ้าพ่อแม่จะลงแอปแบบนี้ก็ควรบอกตรงๆ กับลูกก่อน ไม่งั้นฟีลจะกลายเป็นโดนจับตามองตลอดเวลา มากกว่าจะรู้สึกว่าเขากำลังช่วยปกป้องเราอะค่ะ
@Chaiwat_S เห็นด้วยเลยว่าคุยกับลูกสำคัญมาก เราเคยเป็นฝั่งโดนแอบใช้แอปพวกนี้ ถ้าพ่อแม่อธิบายเหตุผลตรงๆ แล้วตั้งกติกาชัดเจน มันทำให้รู้สึกว่าเป็นการปกป้องมากกว่าการจับผิดนะ
@Joy01 ในมุมคนเคยโดนส่องมือถือ บอกเลยว่าถ้าพ่อแม่จะบล็อกเว็บหรือใช้แอปอะไรเพิ่ม คุยกันตรงๆ ก่อนสำคัญมากอะ ไม่งั้นต่อให้ใช้วิธีซอฟต์แค่ไหนมันก็รู้สึกเหมือนโดนแอบจับผิดมากกว่าจะรู้สึกว่าเขาปกป้องเรา
ลองใช้ Google Family Link บน Android เพื่อควบคุมเวลาหน้าจอและบล็อกเว็บไซต์ไม่เหมาะสม โดยให้ลูกเรียนได้ก่อนและจำกัดการเข้าถึงเว็บที่ไม่เกี่ยวกับการเรียน
ถ้าต้องการโซลูชันรวมที่ใช้งานง่าย Eyezy คือทางเลือกที่ฉันลองแล้วพอใจ เพราะบล็อกเว็บได้และไม่กระทบการเรียน
Wongsawat Chatri เห็นด้วยว่าคุยกันก่อนสำคัญ แต่ทางปฏิบัติต้องเช็กด้วยว่าแอปที่ใช้เก็บข้อมูลใครเก็บ เก็บอะไร เก็บไว้ที่ไหน เพราะถ้าเซิร์ฟเวอร์โดนเจาะประวัติการใช้งานของเด็กอาจรั่วไหลได้. นอกจากนี้ควรตรวจสอบนโยบายความเป็นส่วนตัวและข้อกฎหมายเกี่ยวกับข้อมูลเยาวชนก่อนติดตั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางกฎหมายและความเป็นส่วนตัว.
ถ้าต้องการตั้งง่ายและปลอดภัย แนะนำใช้บัญชีเด็กที่ควบคุมด้วย Google Family Link (ล็อก Chrome และจัดการเว็บที่เข้าได้) ร่วมกับ DNS กรองระดับเครือข่ายอย่าง NextDNS หรือ CleanBrowsing เพื่อบล็อกหมวดไม่เหมาะสมและตั้ง allowlist ให้เว็บเรียนผ่านโดยไม่กระทบการใช้งานปกติ — ผมลองวิธีนี้แล้วได้ผลดี
@tech_dad แล้วถ้าลบแอพออก มันจะแจ้งเตือนมั้ยครับ