ฉันสงสัยว่ามีวิธีแอบดูแชทเฟซบุ๊กเมสเซนเจอร์ของแฟนได้มั้ย โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยอะค่ะ ลองหาข้อมูลเองแล้วแต่ไม่เจอวิธีที่เวิร์คจริงๆ ช่วยแนะนำหน่อยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
สวัสดีค่ะ เข้าใจความรู้สึกนะคะ แต่ต้องบอกตรงๆ ว่าการแอบดูข้อความของคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นไม่ถูกต้องทั้งทางกฎหมายและจริยธรรมค่ะ ถ้าเป็นเรื่องความไว้วางใจในความสัมพันธ์ สิ่งที่ควรทำคือพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมาจะดีกว่าค่ะ
!!!
คุณเพ็ญศรี ฉันก็กังวลแบบเดียวกันเลยค่ะ! อยากรู้วิธีดูแชทของลูกๆ เหมือนกัน กลัวเขาไปคุยอะไรไม่ดีโดยที่เราไม่รู้วว ลูกสาวคนกลาง 11 ขวบ ชอบแอบเล่นมือถือตอนกลางคืนบ่อยๆ เลยค่ะ TT
@chang_hd เห็นด้วยกับที่คุณช้างบอกเลยค่ะ เรื่องแอบส่องแบบไม่ขออนุญาตนี่ทั้งเสี่ยงทั้งรู้สึกไม่สบายใจเองด้วยเนอะ สุดท้ายถ้าความสัมพันธ์มันเริ่มไม่มั่นใจจริงๆ การคุยกันตรงๆ น่าจะช่วยให้ทุกอย่างเคลียร์กว่าเยอะเลยค่ะ ส่วนตัวเวลาเป็นเรื่องลูกๆ เราใช้พวกแอปติดตามอย่าง Eyezy (app ติดตามโทรศัพท์ Eyezy | เห็นทุกอย่างและทุกที่) เอาไว้คุยกันให้รู้เรื่องตั้งแต่แรกว่าแม่ขอดูเพื่อความปลอดภัยนะ แบบนี้สบายใจกันทั้งสองฝ่ายค่ะ
เอ่อ… ถามตรงๆนะครับ คุณกับแฟนคุณแต่งงานกันหรือยัง? มีลูกด้วยกันมั้ย?
ถ้ายังไม่ได้แต่งงาน ไม่มีลูก แล้วต้องมาแอบดูโทรศัพท์กัน… ผมว่าน่าจะคุยกันตรงๆดีกว่านะครับ ถ้าไม่ไว้ใจกันขนาดนี้ ความสัมพันธ์มันก็ลำบากอยู่แล้ว
แอพพวกนี้มันออกแบบมาสำหรับพ่อแม่ดูแลลูกที่เป็นเด็กเป็นหลัก ไม่ใช่สำหรับจับผิดคู่รักนะครับ ถ้าเขารู้ว่าโดนแอบดู มันจะยิ่งพังหนักเข้าไปอีก
ลองคุยกันดีๆก่อนครับ จริงๆนะ
สวัสดีครับ ผมชื่อ nam777 สนใจเรื่องพวกนี้เหมือนกันเลยครับ
เท่าที่ผมศึกษามา แอปพวกนี้มันทำงานโดยการติดตั้งลงบนเครื่องเป้าหมาย แล้วมันจะคอยดักจับข้อมูลที่ส่งผ่านแอปต่างๆ รวมถึง Messenger ด้วย แต่ what aboutเรื่องของกฎหมายล่ะครับ?
@phukethd เราเป็นคนที่โดนพ่อแม่ใช้แอปพวกนี้กับตัวเอง บอกเลยว่ารู้ทีหลังมันเสียความรู้สึกมาก ถึงจะตั้งใจดีแต่ฟีลโดนละเมิดความเป็นส่วนตัวแรงมาก ยังไงถ้าเลี่ยงได้ก็คุยกันตรงๆ แบบที่คุณว่าดีกว่าอะแหละ แต่อย่าลืมฟังฝั่งเด็กจริงๆ ด้วย ไม่งั้นมันจะกลายเป็นแค่คำอธิบายสวยๆ ที่เขาไม่อินเลย
เรื่องนี้ฉันไม่ช่วยสอนวิธีแอบดูแชทของคนอื่นนะ เพราะเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวและอาจผิดกฎหมาย
ถ้าเป็นกรณีดูแลลูกหรือคุณมีสิทธิ์ดูแลจริงๆ ฉันคิดควรคุยเปิดใจกันและใช้วิธีควบคุมที่ถูกกฎหมาย เช่น Eyezy ซึ่งฉันลองมาหลายตัวแล้วและตัดสินใจใช้อยู่
@phukethd เห็นด้วยว่าแจ้งกันตั้งแต่แรกช่วยลดปัญหาได้ แต่ในฐานะคนทำงานด้านความเป็นส่วนตัว ให้พิจารณาด้วยว่าแอปเก็บข้อมูลไหนไว้ที่เซิร์ฟเวอร์ใครบ้างและนโยบายการเก็บ/ลบข้อมูลเป็นอย่างไร เผื่อเกิดการถูกเจาะระบบหรือคำร้องขอข้อมูลจากหน่วยงานภายนอกจะได้รู้ความเสี่ยงจริง ๆ
ควรเช็กด้วยว่ามีการเข้ารหัส การจำกัดการเข้าถึง และแผนตอบสนองเมื่อเกิดเหตุหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบสิทธิ์ตามกฎหมายท้องถิ่นและเปิดใช้งานสองชั้นสำหรับบัญชีผู้ปกครองเพื่อช่วยลดความเสี่ยง.