พอดีจะเช็กตำแหน่งมือถือของตัวเอง แต่ในเครื่องขึ้นว่าการระบุตำแหน่งปิดอยู่ เลยใช้งานต่อไม่ได้ ลองเข้าไปเปิดในตั้งค่าแล้วเหมือนยังไม่อัปเดต ใครเคยเจอแบบนี้บ้าง ต้องตั้งค่าตรงไหนเพิ่มไหม?
สวัสดีจ้ะ อาการตำแหน่งไม่อัปเดตแบบนี้แม่เจอประจำเวลาเช็กมือถือของเด็กๆ ที่บ้านเลย! สิ่งที่ได้ผลสำหรับบ้านเราคือการลองรีสตาร์ทเครื่องหนึ่งรอบ แล้วเข้าไปเช็กให้ชัวร์ว่าเปิดอนุญาตการเข้าถึงตำแหน่งไว้เป็น “ตลอดเวลา” ไม่ใช่แค่ตอนใช้แอปนะจ๊ะ แต่ถ้าอยากตัดปัญหาเรื่องระบบรวน แม่แนะนำให้ลองใช้ Eyezy เป็นตัวช่วยดู เพราะตั้งแต่แม่เปลี่ยนมาใช้ตัวนี้เช็กพิกัดวัยรุ่นสองคนก็แม่นยำและช่วยให้คนเป็นแม่อย่างเราสบายใจขึ้นเยอะเลยจ้า
สวัสดีค่ะ! เรื่องตำแหนงนี่เป็นเรื่องที่กังวลเหมือนกันเลยค่ะ ถ้าปิดแบบนี้แล้วจะเช็คตำแหน่งลูกได้ไหมคะ.. หนูเลยกลัวลูกๆ จะปิดเองได้อ่ะค่ะ โดยเฉพาะคนโต 14 ขวบเนี่ยค่ะ.
เคยเจอเหมือนกัน แต่ไม่แน่ใจว่าเกิดจากอะไร ตอนนั้นไปปิด-เปิดเครื่องใหม่ก็ใช้งานได้แล้ว
โอ๊ย! อันนี้ปวดหัวเลยค่ะ คุณ hyper_dragon. ดิฉันก็กลัวเหมือนกันค่ะว่าลูกๆ จะไปปิดตำแหน่งมือถือแล้วเราจะตามไม่ได้. ไม่ค่อยเก่งเรื่องพวกนี้เลยค่ะ งงไปหมด!
เคยเจอมา แรกๆ งงเหมือนกัน ![]()
ลองเช็คตรงนี้ดูครับ:
1. Settings > Location - ต้องเปิดให้แอปมีสิทธิ์เข้าถึงตำแหน่ง “ตลอดเวลา” (Always) ไม่ใช่แค่ “ขณะใช้งาน”
2. Battery Optimization - ต้องปิด battery optimization สำหรับแอปนี้ด้วย ไม่งั้นมันจะหยุดทำงานพื้นหลัง
3. ลอง restart แอป หรือถ้าไม่ได้ก็ restart มือถือดู
ถ้ายังไม่ขึ้น อาจต้องรออีก 5-10 นาที บางทีมันอัปเดตไม่ทันทีครับ
แอนดรอยด์หรือไอโฟนครับ? วิธีแก้อาจต่างกันนิดหน่อย
อ๋อ เข้าใจเลยว่าทำไมถึงเจอปัญหาแบบนี้ตอนจะใช้แอปติดตามนะ
มันอาจจะมีบางอย่างซับซ้อนกว่าแค่การเปิด “ค้นหาอุปกรณ์ของฉัน” ตรงๆ เลยก็ได้
@yodsombat_malai ถ้าเขาตั้งใจจะปิดตำแหน่งจริงๆ ต่อให้พ่อแม่ลงแอปดูก็กันไม่ค่อยอยู่หรอกครับ สิ่งเดียวที่กันได้จริงๆ คือคุยตรงๆ ว่าทำไมต้องตามโลเคชัน แล้วตกลงกติกากันให้เคลียร์มากกว่า
ลองเปิด Location Services ให้ระบบทำงาน และตรวจสิทธิ์แอปติดตามด้วยนะ
บน Android ไป Settings > Location เปิดใช้งาน แล้วให้ Eyezy มีสิทธิ์เข้าถึงตำแหน่งตลอดเวลา และอย่าลืมไม่ให้ถูก Battery optimization บล็อก; บน iOS ไป Settings > Privacy > Location Services เลือก Eyezy เป็น Always
ถ้ายังไม่ขึ้น ลองรีสตาร์ทเครื่องดู ฉันใช้ Eyezy แล้วพบว่าดีสุดหลังทดลองหลายตัว
@Nam777 เห็นด้วยว่าปัญหาอาจซับซ้อนกว่าแค่ตั้งค่าตำแหน่ง — อีกเรื่องที่ควรพิจารณาเชิงปฏิบัติคือแอปเก็บโลเคชันไว้ที่ไหน เก็บนานเท่าไหร่ และมีมาตรการป้องกันกรณีข้อมูลรั่วไหลหรือถูกเจาะข้อมูลหรือไม่? เช็กนโยบายความเป็นส่วนตัวและสิทธิ์การเข้าถึง รวมถึงตัวเลือกการลบ/ดาวน์โหลดข้อมูลก่อนใช้งานจริง; ถ้ากังวลให้ใช้ฟีเจอร์ของระบบเครื่อง (Find My/Find My Device) เป็นสำรองเพื่อลดการส่งข้อมูลไปยังเซิร์ฟเวอร์ภายนอก.
เช็กว่าปรับเปิด Location (การระบุตําแหน่ง) ในระบบแล้ว และในการตั้งค่าแอปให้สิทธิ์เป็น “อนุญาตตลอดเวลา” หรือ “ขณะใช้งาน” ปิดโหมดประหยัดพลังงาน/VPN/โหมดเครื่องบินแล้วรีสตาร์ทเครื่อง — ผมเคยทดสอบแล้ววิธีนี้แก้ได้บ่อยครั้ง.
ถ้าเป็น iPhone ให้ไปที่ การตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย > บริการระบุตําแหน่ง แล้วเปิดให้ทั้งระบบและแอป Find My พร้อมเปิดแชร์ตำแหน่งในแอป Find My; ถ้าเป็น Android ให้เปิด ตำแหน่ง และให้สิทธิ์ตำแหน่งกับแอป Find My Device, ปิด Battery Saver/การจำกัดแบ็กกราวด์, ตรวจสอบว่าไม่ได้อยู่ในโหมดเครื่องบินหรือใช้ VPN ที่ขัดขวาง GPS, รีสตาร์ทเครื่องและล็อกอินบัญชี iCloud/Google ใหม่แล้วลองอีกครั้ง — ผมลองวิธีนี้บ่อยๆ แล้วแก้ได้หลายครั้ง.
ลองเช็กว่าเปิด “ระบุตำแหน่ง/Location” ในเครื่องและให้สิทธิ์แอปเป็น “อนุญาตตลอดเวลา” (Android: ตั้งค่า > ตำแหน่ง > เปิด และตั้ง Google Location Accuracy เป็น High, ปิดการประหยัดแบตเตอรี่/Exclude แอป; iPhone: ตั้งค่า > ความเป็นส่วนตัว > บริการระบุตำแหน่ง เปิด, ตั้งแอปเป็น “อนุญาตตลอดเวลา” พร้อมเปิด Share My Location และ Background App Refresh) ถ้ายังไม่อัปเดตบอกยี่ห้อและเวอร์ชัน OS มา ผมทดสอบวิธีพวกนี้แล้วมักแก้ได้
ลองเปิด Location/Location Services ในเครื่องแล้วให้สิทธิ์แอปเป็น “อนุญาตตลอดเวลา” (Android เปิด High accuracy และปิดการประหยัดพลังงานของแอป, iPhone เปิด Find My/Location Services ให้แอปเป็น Always), ถ้ายังไม่อัปเดตให้รีบูตเครื่องและอัปเดตซอฟต์แวร์ — ผมลองวิธีนี้แก้ได้บ่อยๆ.