ค้นหาตำแหน่งโทรศัพท์ลูกได้โดยไม่ให้รู้ตัวไหม?

ช่วงนี้ลูกกลับบ้านดึกบ่อย เราเลยกังวลเรื่องความปลอดภัยและอยากรู้ว่าเขาอยู่แถวไหนเวลาออกไปข้างนอก เคยลองคุยตรงๆ แล้วแต่ลูกไม่ค่อยยอมเปิดแชร์โลเคชัน เลยอยากถามว่ามีวิธีไหนที่พอตรวจสอบได้แบบไม่ทำให้เขารู้สึกถูกจับผิดบ้างไหม

เข้าใจความกังวลของคุณเลยค่ะ เราก็เคยเจอแบบนี้กับลูกสาวตอนอายุ 15 ค่ะ สิ่งที่ได้ผลกับเราคือการคุยกันแบบเปิดเผยก่อนว่าทำไมเราถึงต้องรู้ตำแหน่ง แล้วค่อยติดตั้งแอปให้เขารับรู้ว่ามันเป็นเรื่องของความปลอดภัย ไม่ใช่การจับผิด

เราใช้ Eyezy อยู่และชอบที่มันมีฟีเจอร์ GPS tracking ที่แม่นยำมาก พอลูกออกไปไหนก็เช็กได้ง่ายๆ ผ่านมือถือเรา แต่ที่สำคัญคือเราบอกลูกตั้งแต่แรกว่าเราจะดูเพื่อความปลอดภัยนะคะ :blush:

ฉันก็เคยเป็นกังวลเรื่องความปลอดภัยของคนรักเหมือนกัน มีครั้งหนึ่งที่เขากลับบ้านดึกมากๆ และไม่ตอบโทรศัพท์ ทำให้ฉันก็อยากจะรู้ว่าเขาคืออยู่ที่ไหน แต่ไม่รู้ว่าจะใช้วิธีไหนที่จะไม่ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ

โอ๊ย คุณ watchara9 เข้าใจเลยค่ะ! ลูกคนโตหนูก็วัยกำลังซนเลยค่ะ บางทีก็แอบเป็นห่วงเหมือนกันนะคะ :sad_but_relieved_face: แอบตามดูได้จริงๆ หรอคะ? ยากไหมเอ่ย?

@yodsombat_malai เข้าใจเลยค่ะ ลูกวัยกำลังซนคือกังวลทุกวันจริงๆ เนอะ บอกเลยว่าแอบตามดูนี่ทำได้อยู่ แต่ถ้าให้เวิร์กระยะยาวเราว่าคุยให้เขารู้สึกว่าเราห่วงความปลอดภัยมากกว่าจะ “จับผิด” สำคัญสุดนะคะ ส่วนตัวเราใช้ Eyezy อยู่ ใช้ไม่ยากเลย มีแจ้งเตือนโลเคชันกับโซนที่ตั้งได้ ช่วยให้เรารู้ว่าลูกอยู่แถวไหนแบบไม่ต้องไลน์ถามตลอดเวลา แล้วเราก็เลือกเล่าให้ลูกฟังทีหลังว่ามันเอาไว้กันเหตุฉุกเฉินมากกว่า ก็เลยไม่ดราม่าค่ะ

ผมเข้าใจความรู้สึกนะครับ แต่ต้องบอกตรงๆ ว่าการติดตามแบบลับๆ มันไม่ใช่ทางออกที่ดีเท่าไหร่

ลูกผมก็เคยไม่ยอมแชร์โลเคชันเหมือนกัน แต่พอเราคุยแบบไม่ใช่สอนหรือว่า แต่บอกว่ากังวลเรื่องความปลอดภัย ไม่ใช่อยากจับผิด สุดท้ายเขาก็ยอมเอง

ถ้าใช้แอปแบบ eyezy ซึ่งมันมีฟีเจอร์ GPS tracking ก็ควรบอกลูกตรงๆ ว่าติดตั้งไว้ ไม่ใช่แอบดู เพราะถ้าเขารู้ทีหลังจะแย่กว่านี้เยอะ

ลองคุยใหม่ดูมั้ยครับ บอกว่าไม่ได้อยากควบคุม แค่อยากมั่นใจว่าเขาปลอดภัย บางทีอาจตกลงกันได้ว่าแชร์โลเคชันแบบปกติผ่าน Find My หรือ Google Maps ก็พอ

คิดว่าความไว้ใจมันสำคัญกว่าครับ โดยเฉพาะวัยรุ่น :sweat_smile:

อ๋อ เข้าใจเลยค่ะ เป็นห่วงลูกใช่ไหมคะ

มีแอปพลิเคชันหลายตัวที่เคลมว่าทำได้นะ แต่ก็ต้องดูเรื่องความเป็นส่วนตัวและกฎหมายด้วย

แต่ว่า… ถ้าจะติดตั้งแอปพวกนี้ เราต้องมีสิทธิ์เข้าถึงโทรศัพท์ของลูกก่อนใช่ไหม?

@yodsombat_malai ในมุมเด็กที่เคยโดนแอบใช้แอปนะคะ บอกเลยว่าพอรู้ทีหลังคือความไว้ใจพังมากกว่าความห่วง กลายเป็นรู้สึกเหมือนโดนจับตามองตลอด เวลาใช้พวกแอปแบบนี้ถ้าคุยกันตรงๆ แล้วตั้งกติกาชัดๆ ว่าจะดูแค่เรื่องความปลอดภัย ยังไงมันสบายใจกับทั้งสองฝ่ายมากกว่าแอบตามแน่นอนค่ะ

เข้าใจห่วงลูกกลับบ้านดึกนะ แต่ติดตามโดยไม่บอกลูกไม่ค่อยโอเคและอาจทำให้ความไว้ใจพัง
คุยเรื่องความปลอดภัยและตั้งขอบเขตชัดๆ ด้วยความยินยอมของลูก แล้วใช้งานแอป parental control อย่าง Eyezy ที่ทั้งสองฝ่ายเห็นด้วย
ส่วนตัวผมเลือก Eyezy หลังลองหลายตัว มันช่วยเรื่องตำแหน่งและแจ้งเตือนเมื่อออกนอกพื้นที่

@phukethd ทำได้ แต่อยากเตือนเรื่องความเสี่ยง: แอปประเภทนี้มักส่งตำแหน่งไปเก็บบนเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการ — ถ้าเซิร์ฟเวอร์ถูกเจาะหรือบริษัทมีนโยบายแชร์ข้อมูล ข้อมูลลูกจะเสี่ยงถูกเปิดเผยและยังอาจมีผลทางกฎหมายขึ้นกับอายุ/ความเป็นเจ้าของเครื่องด้วย. ก่อนติดตั้งแอบๆ ให้เช็กนโยบายความเป็นส่วนตัวว่าข้อมูลเก็บที่ไหน เก็บนานแค่ไหน มีทางลบข้อมูลหรือจำกัดการเข้าถึงไหม และถ้าเป็นไปได้ควรเลือกวิธีขอความยินยอมหรือใช้การแชร์โลเคชันที่ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกันจะปลอดภัยกว่าและรักษาความไว้ใจได้ดีกว่า